You are currently viewing ความเดือดร้อนของ”ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ.”ไม่ได้รับเงิน

ความเดือดร้อนของ”ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ.”ไม่ได้รับเงิน

ที่  ชสคน. 044/2569

วันที่   18  มิถุนายน  2569

เรื่อง     ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของสหกรณ์โคนมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

เรียน    ท่านชัชวาลล์  คงอุดม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สินความยากจนและความเหลื่อมล้ำ

สิ่งที่ส่งมาด้วย    1. แบบสรุปการจัดทำบันทึกข้อตกลง MOU น้ำนมดิบ ปี 2568/2569

  1. รายละเอียดค่าน้ำนมดิบค้างชำระ ณ วันที่ 30 เมษายน 2569

เนื่องด้วย ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ จำกัด ได้รับทราบถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์สมาชิกในพื้นที่ภาคเหนือเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำนมดิบ การตลาด และสภาพคล่องทางการเงิน อันเป็นผลมาจากสถานการณ์น้ำนมดิบล้นตลาด การลดลงของสิทธิโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน รวมถึงการค้างชำระค่าน้ำนมดิบจากผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ จำกัด มีสหกรณ์สมาชิก จำนวน 18 แห่ง มีผลผลิตน้ำนมดิบ รวมจำนวน 275.742 ตันต่อวัน โดยมีผู้ประกอบการที่รับซื้อและจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2568/2569 จำนวน 247.338 ตันต่อวัน ส่งผลให้ยังคงมีปริมาณน้ำนมคงเหลืออีกจำนวน 28.404 ตันต่อวัน ที่ยังไม่สามารถหาคู่สัญญารับซื้อได้ ซึ่งสหกรณ์สมาชิกจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำนมดิบส่วนเกินดังกล่าวด้วยการจ้างผลิตในรูปแบบผลิตภัณฑ์นมกล่องยูเอชที (UHT) เพื่อป้องกันความเสียหายของน้ำนมดิบและบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเจรจาหาผู้ซื้อได้ตามบันทึกข้อตกลง (MOU) การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2568/2569  ก่อให้เกิดปัญหาสะสมของน้ำนมดิบในระยะยาว ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการของสหกรณ์สมาชิก เนื่องจากสหกรณ์สมาชิกส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสหกรณ์ผู้ประกอบการด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมโดยตรง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ซึ่งต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งค่าอาหารสัตว์ ค่าจ้างแรงงาน ค่าดูแลสุขภาพสัตว์ และอื่น ๆ

นอกจากนี้ จากการปรับโครงสร้างการแบ่งกลุ่มพื้นที่การบริหารจัดการของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนพื้นที่ จากเดิม 5 กลุ่มพื้นที่ เป็น 7 กลุ่มพื้นที่ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 ทำให้พื้นที่ภาคเหนือเดิมอยู่กลุ่มพื้นที่ 4 จังหวัดเชียงใหม่ รับผิดชอบ 17 จังหวัดภาคเหนือ ปัจจุบันปรับมาอยู่ในกลุ่มพื้นที่ 5 จังหวัดเชียงใหม่ รับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ส่งผลให้ปริมาณสิทธินมโรงเรียนลดลงอย่างมากซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณน้ำนมดิบที่ผลิตได้จริงในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้กระทบต่อการบริหารจัดการน้ำนมดิบของสหกรณ์สมาชิก ตลอดจนผู้ประกอบการโคนมในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ

 

 

/อีกทั้ง…

ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ  จำกัด

32/3 หมู่ 7 ตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 50130

 

อีกทั้ง ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ จำกัด ยังได้รับทราบถึงปัญหาการค้างชำระค่าน้ำนมดิบจากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และผู้ประกอบการ ตามสัญญาซื้อขายน้ำนมดิบภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ปี 2568/2569 ซึ่งสหกรณ์สมาชิกยังไม่ได้รับการชำระค่าน้ำนมดิบตามกำหนด ส่งผลให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ต้องจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม และแบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น กระทบต่อการบริหารจัดการสหกรณ์และความเชื่อมั่นของสมาชิกผู้เลี้ยงโคนม

ดังนั้น ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์พิจารณาแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ดังต่อไปนี้

  1. พิจารณาปรับเพิ่มพื้นที่จำหน่ายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน กลุ่มพื้นที่ 5 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร ซึ่งจะทำให้มีจำนวนเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้นประมาณ 233,821 คน และมีความต้องการใช้น้ำนมดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 97 ตันต่อวัน อันจะสอดคล้องกับปริมาณน้ำนมดิบที่ผลิตได้ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ และช่วยบรรเทาปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกินของสหกรณ์สมาชิกได้อย่างเหมาะสม
  2. ขอเสนอพิจารณาให้ผลักดันโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมตลอด 365 วันต่อปี เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและโภชนาการในเด็กนักเรียน อีกทั้งยังได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศ
  3. ขอเสนอพิจารณาขยายเพดานของการส่งเสริมการบริโภคนมโรงเรียนไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อเพิ่มโอกาสการบริโภคนมของนักเรียน
  4. ขอความอนุเคราะห์ประสานผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งจัดหาผู้รับซื้อน้ำนมดิบเพิ่มเติม และสนับสนุนการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ให้ครอบคลุมปริมาณน้ำนมดิบทั้งหมดของสหกรณ์สมาชิก
  5. สนับสนุนการระบายผลิตภัณฑ์นมกล่องยูเอชที (UHT) ผ่านช่องทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคนมโคแท้ เพื่อช่วยลดปริมาณนมที่ค้างในระบบ (นมพาณิชย์ และนมโรงเรียน)
  6. ขอความอนุเคราะห์เร่งรัดการชำระหนี้ค่าน้ำนมดิบจาก องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) และผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์สมาชิกและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
  7. สนับสนุนแหล่งเงินทุนหรือมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับสหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการที่รับน้ำนมในพื้นที่ เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงานระหว่างรอการชำระหนี้จากผู้ประกอบการ
  8. สนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการปริมาณน้ำนมดิบร่วมกันระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ และสหกรณ์โคนม เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านการผลิต และการตลาดในระยะยาว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป จักขอบคุณยิ่ง

 

ขอแสดงความนับถือ

 

(นายชุมพร  ปาลี)

รองประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคเหนือ จำกัด